ทดสอบฉบับลุยจริง 3,000 km EP.2 กทม – กลอเซโล – สบเมย

แชร์บน

ทดสอบฉบับลุยจริง 3,000 km EP.2 กทม - กลอเซโล - สบเมย

ส่วนที่สองของการทดสอบระยะทางไกลกว่า 3,000 กม.
พร้อมลุยจริงกับทางดินในสไตล์ Adventure + Enduro เบาๆ 
ออกเดินทางจาก กทม ยิงยาวไปลุยทางดินขึ้นกลอเซโล (เส้นทาง 18 กม.) 
พาไปกางเต็นท์ค้างคืนที่ขุนกลอเซโล ชมทะเลหมอกสองแผ่นดิน 
จากนั้นลงไปแคมป์ปิ้งที่สบเมย ชิมเมนูปลาจากแม่น้ำสาละวิน 
พร้อมแล้วก็ออกเดินทางไปด้วยกันครับ ^^

ทริปนี้เราออกจากบ้านบางใหญ่กันในเวลาประมาณเที่ยงครึ่ง สัมภาระที่เป็นเสื้อผ้าและอุปกรณ์แคมป์ปิ้งส่วนใหญ่ถูกจัดเก็บไว้ใต้เบาะ ส่วนกระเป๋าตรงระหว่างขาจะเป็นถุงนอน+เสื้อกันหนาว จัดแบบนี้เพื่อความคล่องตัวในการลุยให้มากที่สุด ดังนั้นจะพยายามไม่เอาของไปมัดเบาะหลังหรือใส่กับแรคท้ายครับ อย่างที่บอกว่าออกค่อนข้างจะสาย(กว่าที่คิด) ทริปนี้เลยไม่ได้ห่วงที่จะทดสอบอัตราสิ้นเปลืองสักเท่าไร หวดยาวๆไปหกโมงเย็นเอาที่เถินครับ

ข้ามจากเถินไปลี้ตอนมืดๆ แต่ไฟหน้าและสปอร์ตไลท์ติดรถก็บอกเลยว่ามั่นใจได้ มาถึงที่อำเภอฮอดประมาณสองทุ่ม รีบหาที่พักกันก่อนเลยจ้า

คืนนี้พักที่สตาร์โฮม ห้องนี้คืนละ 450 บาท มานอนที่นี่ก็รอบที่สองแล้วแหะ

เช้ามา ทำนู่นนี่นั่นเก็บของออกจากที่พัก มาที่จุดนัดพบที่ ปตท ลี้ เพื่อรวมกับเพื่อนร่วมชะตากรรมในทริปนี้อีก 3 คน 3 คัน

พี่แม็ค VRTHAIRIDER / ZONTES 368G สีเทา
แบงค์ ROAD RUNNER / YAMAHA TENERE 700
เหน่ง ทาสแมว / TRIUMPH SCRAMBLER 400 X

ประมาณสิบโมง ได้เวลาออกจากจุดแรก ไปยังจุดต่อไป อันนี้แวะเองไม่ได้นัด ไม่ใช่อะไร อยากกินลูกชิ้นทอด 55+

ออกจากสวนสนบ่อแก้ว แลกรถกันขี่ไปจนถึงกองลอย งานนี้มีคนนึงจองไปแล้วล็อตแรกของเชียงใหม่ ส่วนอีกคน หึหึหึหึ

มื้อเที่ยง แวะจัด หนมเส้นน้ำหยวก อาหารพื้นเมืองของแม่สะเรียง บอกเลยว่าลำแต้ลำว่า

อิ่มแล้วก็ไปกันต่อ เติมน้ำมันให้เต็มถัง กดเงินสดติดตัวให้พร้อม (ข้างบนไม่มีสัญญานอินเตอร์เนต ใช้โอนผ่านแอปไม่ได้นะจ๊ะ) คราวนี้เราเลือกขึ้นกลอเซโลทาง 18 กม จากแม่สะเรียง เราไปชิลกันที่แม่สามแลบกันก่อน รีบขึ้นไปก็ไม่มีอะไรทำ

พร้อมแล้วก็ลุยครับ ออกจากแม่สามแลบกันประมาณบ่ายสอง วิ่งเลียบริมน้ำสาละวินไปเรื่อยๆ จนเจอสามแยกที่จะเข้าไปผ่านบ้านกอมูเดอก่อน ตรงนี้แหละทางขึ้น 18 กม.

ลุยกันไปเรื่อยๆ ตามทางไปจนถึงที่ข้ามห้วยเล็กๆ ตรงนี้คือจุดที่น่าเป็นห่วงสำหรับรถเล็กทั้งมอไซเล็กและรถยนต์ที่เครื่องไม่แรง เพราะจะเป็นปูนขี้เหนียวขึ้นไปยาวๆกว่าโล ถ้าเจอรถสวนลงมาพอดี คันที่แรงไม่พอนี่มีเหนื่อย

ตามทางมาเรื่อยๆ เส้นทางส่วนใหญ่เป็นลูกรัง หินลอย ฝุ่นแป้งบางจุด ถ้าตรงไหนที่ยากๆมักจะมีคอนกรีตมาลงไว้ให้ และอย่างที่เป็นห่วงเลย ตาเหน่งเจอรถชาวบ้านสวนลงมาไวพอตัวที่ทางปูนขี้เหนียว ตกใจกำเบรคแรงไปหน่อยแล้วไม่ทันตั้งตัว ผลคือโดนไปหนึ่งแปะ  

ถึงที่พักของเรา ขุนกลอเซโล รอบนี้เราเลือกที่จะใช้บริการเต็นท์เช่าของลาน ราคาถือว่าไม่แพงเลย( เลยขี้เกียจเอาเต็นท์ตัวเองออกมากาง+เก็บ) ค่าเต็นท์พร้อมเครื่องนอน 150 บาท + ค่าบริการพื้นที่คนละ 120 บาท จ้า

เสร็จแล้วก็ได้เวลาชิล + รองท้อง ด้วยอาหารตามสั่งแบบง่ายๆ สั่งได้ที่ลานเลยจ้า

ชมแสงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปในฝั่งรัฐกระเหรี่ยง บรรยากาศมันคลาสสิกดีจริง

ตกค่ำคืน ตามธรรมเนียมชาวแคมป์ ขาดไม่ได้คือหมูกระทะ อาหารประจำชาติแซ่บๆ

ตั้งปลุกตีห้าครึ่ง ลุกมาตั้งถ่ายสารพัด ได้หมอกสมใจ เอาจริงๆก็เสียวจะไม่ได้หมอกอยู่นะ เพราะอากาศปีนี้ค่อนข้างแปรปรวน เอาจริงๆตอนแรกหมอกก็น้อยกว่าที่คิด แต่สักพักมีหมอกจากฝั่งไทยไหลลงมาเสริม คราวนี้เล่นเอาบลอโจกับภพฟ้าจมไปในหมอกเลย

นั่งเอื่อยจนหมอกหมด เราก็เก็บของแล้วไปแวะร้านก๋วยเตี๋ยวสองแผ่นดินกันนิดนึง

จากม่อนเดียวดาย เป็นทางลูกรัง+หินลอย ลาดชันลงยาวๆไปกว่า 7 กิโลเมตรลงไปบ้านสบเมย บอกเลยว่าเบรคของ 368G เอาอยู่แบบเหลือๆ

เอาจริงๆ นอกจากการทดสอบระบบเบรค การลงมาที่สบเมยนี่คือการมาพักผ่อนที่แท้ทรู ลงมาชิลๆกินๆนอนๆ รอกินปลาจากแม่น้ำสาละวินในมื้อเย็น คืนนี้เราเลือกนอนที่ท่าเรือบ้านสบเมย ที่เป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำเมยที่ไหลทวนทิศเหนือขึ้นมาสบกับแม่น้ำสาละวินที่ไหลยาวลงมาจากต้นกำหนดที่เป็นหิมะบนเทือกเขาหิมาลัย เป๊นอีกหนึ่งในแม่น้ำสำคัญของโลกที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมาก เพราะยังไม่มีเขื่อนใดๆมากั้นขวางทางน้ำนั่นเอง

เอาจรงๆ ตรงที่เราแคมป์กันคืนนี้ ไม่กี่เดือนก่อนเพิ่งเจออุทกภัยขนาดใหญ่ในรอบห้าสิบปีของแม่น้ำสาละวินเข้าไป ตรงที่ชิลๆกันนี่น้ำขึ้นท่วมหัวหมดนะ บ้านไม้ที่เห็นที่เคยลงมาเมื่อคราวก่อนนี่น้ำถึงหลังคา เรียกได้ว่าน้ำขึ้นมาจากระดับที่เห็นตอนนี้ ดูคร่าวๆก็เกินยี่สิบเมตรแน่นอน พลังธรรมชาติช่างน่าเกรงขามจริงๆ

ค่าบริการเต็นท์ที่นี่หลังละ 450 บาทพร้อมเครื่องนอน (นอนได้สองคน และรวมค่าบริการพื้นที่สำหรับสองคนแล้ว) ที่ดีคือที่ให้ที่นอนแบบเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ถึงกับเป็นฟูกหนาๆ แต่ก็เรียกว่าที่นอนได้มากกว่าที่รองนอน นอนสบายกันไปอีกหนึ่งคืนเลยจ้า

ตกเย็น มีเด็กๆกลุ่มใหญ่วิ่งเล่นลงมาจากทางหมู่บ้านลงไปทางท่าเรือ ได้ความว่าเรามาตรงกับวันที่มีกีฬาโรงเรียนของตำบลนี้พอดี เลยมีเด็กๆจากหมู่บ้านอื่น บางหมู่บ้านก็อยู่ด้านบนดอย เด็กๆเลยได้โอกาสลงมาเที่ยวหาดทรายที่ท่าเรือพอดี พร้อมเด็กอีกกลุ่มที่อยู่หมู่บ้านข้างๆที่ไม่มีโรงเรียน ก็ต้องมาลงเรือกลับบ้านโดยล่องทวนแม่น้ำสาละวินขึ้นไป เช้าอีกวันก็นั่งเรือมาเรียนที่โรงเรียนบ้านสบเมย เด็กๆกลุ่มนี้มีหลายสิบคน โดยทางโรงเรียนเป็นผู้ออกค่าจ้างเรือรับส่งให้เป็นรายเดือน

ส่วนในแพตรงท่าเรือด้านล่าง ก็มีทหารหนุ่มกระเหรี่ยงหลายคนมาดื่มฉลองชัยชนะที่เพิ่งตีฐานทหารพม่าแตกไปเมื่อไม่กี่วัน นี่คือวิถีชีวิตของผู้คนในพื้นที่ชายขอบที่ผสมผสานความเป็นอยู่กับความขัดแย้งทางเชื้อชาติอย่างแท้จริง

และเมนูเด็ดคืนนี้ของเราคือ “ปลาหมู” จากแม่น้ำสาละวิน จัดมาทั้งต้มยำและผัดเผ็ด โดยเฉพาะผัดเผ็ด แค่ตักคำแรกเราถึงกับร้องขอเบิ้ลกันเลย

ส่วนต่อจากกระทู้นี้ ผมขอยกไปต่ออีกกระทู้

[SR] ทดสอบฉบับลุยจริง 3,000km ep.3 สบเมย – ดอยสอยดาว – ดอยสอยมาลัย
https://pantip.com/topic/43174193

กระทู้นี้ต้องจบลงเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ